ตลาดกลางยางพารายะลา “ยางล้นตลาด” หลังบริษัทร่วมทุน กยท. ประมูลต่ำกว่าราคากลาง ขณะชาวสวนยาง แนะรัฐฯ สนับสนุนสร้างโรงอัดก้อนยาง แก้ปัญหายางล้นตลาด ทำให้ราคายางตกต่ำ

วันนี้ (30 ต.ค. 60) บรรยากาศที่ตลาดกลางยางพาราจังหวัดยะลา ได้มีชาวสวนยางและพ่อค้ารับซื้อยางนำยางมาขายกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ตลาดกลางฯ ไม่มีที่เก็บยาง จนต้องนำผ้ายางคลุมไว้ด้านนอกอาคาร และบางส่วนต้องตากแดด ตากฝน สร้างความเสียหายให้กับยางและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยาง ซึ่งสาเหตุมาจากบริษัทที่ร่วมทุนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้ามาประมูลต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดทำให้ยางล้นตลาด

PNOHT601030001005205_30102017_115231

นายอาคม ฉิลยะพงศ์ พ่อค้ารับซื้อยางจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ช่วงนี้ ที่ตลาดกลางยางจังหวัดยะลา กำลังมีปัญหา ต้องนำยางมาตากแดด ตากฝน เนื่องจากยางขายไม่ได้ ราคายางมีปัญหา จึงอยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยงวดหนึ่ง รัฐบาลสามารถช่วยเหลือได้ตลอดในราคาที่เท่าไร นิ่งที่เท่าไร ให้นิ่งที่ราคานั้นตลอด ชาวบ้านก็พอใจแล้ว ยางที่ตั้งอยู่ด้านนอก ก็ประมาณ 2 แสนกว่ากิโลกรัม มาตั้งไว้ 5-6 วันแล้ว ต้องตากแดด ตากฝน ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ให้เจ้าของยาง มาตรวจว่ายางที่ตากอยู่ด้านนอกว่ายางขึ้นราหรือไม่ ถ้ายางขึ้นราก็จะไม่ผ่าน ยางที่ไม่ขึ้นราก็ขึ้นทะเบียนได้เลย ส่วนยางที่ขึ้นราก็ถูกแยกเป็นยางชั้น ราคาก็จะตกต่ำอีกทำให้เกิดปัญหาอีก ปกติจะนำยางมาชั้นสามทั้งหมด ซึ่งราคาวันศุกร์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 47 บาทต่อกิโลกรัม ซื้อน้ำยางจากเกษตรกร ราคา 48 บาท ทำให้ขาดทุน แต่ขอให้ขายยางง่ายๆ ก็พอ ช่วงนี้ขายได้ก็ขาย จึงฝากรัฐบาลช่วยเรื่องราคา ให้นิ่งอยู่ที่ ราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม ก็พอใจแล้ว ช่วงนี้ ราคาตกลงมา 3 บาท จาก 50 บาท ตกเหลือ 47 บาท ถ้าเป็นราคาตามร้านรับซื้อยางก็จะไม่ถึง

PNOHT601030001005204_30102017_115231

ขณะที่นายนันตชาติ จัยห้าว ประธานเครือข่ายชาวสวนยาง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ช่วงนี้ประสบปัญหาราคายางตกต่ำมาก ตกต่ำกว่าต้นทุนที่ผลิตมาก ต้นทุนยางประมาณ 62 บาท แต่มาขายได้ในราคา 45-46 บาท ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ตนเองทำโรงรมก็ขาดทุน ในเมื่อราคายางต่ำ ก็ต้องซื้อต่ำ แต่พอซื้อราคาต่ำชาวสวนก็ได้ราคาต่ำ วันนี้นำยางมาขายที่ตลาดกลางยะลา เพราะมีบริษัทร่วมทุนของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้ามารับซื้อในขณะที่ตลาดกลางอื่นๆ มีบริษัทร่วมทุนเข้าไปรับน้อย บริษัทร่วมทุนเข้ามาซื้อแตกต่างจากตลาดทั่วไป คือ ราคาสูงกว่า ตนเองอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช นำยางมาขายที่จังหวัดยะลา ค่ารถ ค่าเดินทาง คิดแล้วแล้วก็ยังคุ้มค่า นอกจากนั้น ที่สำคัญขณะนี้ตลาดกลางที่อื่นมียางล้น ไม่มีที่วาง ตลาดไม่สามารถรับซื้อได้ เลยหันมาขายที่ยะลาเพราะยางน้อยกว่า ราคา ก็มีบริษัทร่วมทุนเข้ามาประมูลบ่อย

PNOHT601030001005203_30102017_115231

ยางที่นำมาขายเป็นทั้งสหกรณ์ กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มเอกชน ในอำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 20 กว่าสหกรณ์ รวมกลุ่มกันมา สองเที่ยวแรกไม่มีปัญหาขายได้ปกติ แต่มาสองเที่ยวหลัง เที่ยวละ 60 ตัน 2 คันรถเทรลเลอร์ แต่พอมาเที่ยวที่สามที่สี่ตลาดกลางยางยะลาก็ล้นอีก แต่ทางตลาดกลางจังหวัดยะลา ก็รับฝากไว้ ที่ผ่านมามีบริษัทมาประมูลแล้ว แต่ประมูลราคาต่ำกว่าราคากลางที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถระบายยางได้ ก็ต้องรอเพื่อบริษัทเข้ามาประมูล คิดว่าถ้าแก้ปัญหาระยะยาวที่พูดกันมานาน ก็คือ ให้นำมาใช้ในประเทศให้มากที่สุดอย่าหวังพึ่งส่งตลาดต่างประเทศ ที่สามารถทำได้ คือ นำมาทำถนนลาดยางที่ใช้น้ำยางทำตั้งหลายเปอร์เซ็นต์ อยากเสนอให้รัฐบาลทำโรงอัดก้อนเก็บไว้ให้แต่ละสหกรณ์ โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณสหกรณ์ที่มีความมั่นคงสร้างโรงอัดยางก้อนและสร้างโกดังเก็บเพราะเก็บได้หลายปีทำสต๊อกของการยางเอง แต่รัฐบาลต้องมาสนับสนุนงบประมาณค่าเครื่องจักร ค่าอุปกรณ์ คล้ายกับที่รัฐส่งเสริมโรงรม จะทำให้ยางหายไปจากตลาด บริษัทก็มีความต้องการยาง อาจจะทำให้ราคายางดีขึ้นได้ เพราะหนทางอื่นที่แก้มาไม่เคยได้ผล

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

PNOHT601030001005202_30102017_115231

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้